การเรียนรู้ไม่ได้หยุดอยู่แค่วัยเกษียณ เราสามารถเรียนรู้ได้จนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต

14 มกราคม 2564 | read : INTERVIEW


        ย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน คุณป้าปอมปอม-ศรินรัตน์ แสงกล้า เป็นแม่บ้านอายุ 60 ที่ชื่นชอบการทำอาหาร ทั้งมื้อ เช้า-กลางวัน-เย็น จะต้องทำอาหารให้คุณแม่ของป้า   สามี และ ลูก ๆ รับประทาน นอกจากการทำอาหารชีวิต “ป้าปอมปอม” ก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษ นอกเสียจากอยู่บ้านว่าง ๆ พอนานวันเข้าความเหงาก็ยิ่งมีมาก และเริ่มมองว่าชีวิตที่เหลืออยู่ไม่มีคุณค่า ทั้งที่เรี่ยวแรงยังพอมี ยังสามารถลงมือทำอะไรได้อีกตั้งหลายอย่าง

        ในเมื่อ ยังมีไฟ มีใจ และ มีพลัง ป้าปอมปอมยังไม่ยอมให้ชีวิตในวัยเกษียณเงียบเหงา และผ่านไปวัน ๆ อย่างจำเจ ป้าจึงเริ่มต้นลงมือทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ และหลายคนก็ไม่คิดว่าคนวัยเกษียณอย่างป้าจะทำได้ นั่นคือการเป็น Youtuber ด้านอาหาร ผลิตคลิปสอนการทำอาหารลงบนสื่อออนไลน์   นับจนถึงวันนี้ ป้าปอมปอมทำคลิปสอนทำอาหารออกมาแล้วมากกว่า 300 เมนู จนมีผู้ติดตามมากกว่า 180 , 000 คน บน Facebook และ Youtube ในชื่อ ‘ครัวมนุษย์ป้า คุณป้า ปอมปอม’ ที่มาพร้อมกับสูตรอาหารฉบับทำกินเองง่าย ๆ ที่บ้าน

        “สวัสดีค่ะ ดิฉันคุณป้าปอมปอม ช่อง ‘ครัวมนุษย์ป้า คุณป้า ปอมปอม’ ช่องของป้าเป็นการทำอาหารแบบบ้าน ๆ ง่าย ๆ และแบ่งปันความอร่อยให้ผู้ชมทุกท่าน มีทั้งของคาว ของหวาน ซึ่งแต่ละคลิปป้าก็จะจดสูตรไว้อย่างละเอียดใต้คลิป เผื่อว่าท่านผู้ชมท่านใดอยากอร่อยแบบป้า ก็สามารถทำตามสูตรได้เลยค่ะ อร่อยหรือไม่อร่อยก็คอมเมนต์มาพูดคุยกันได้นะคะ ป้ายินดีรับฟังและนำไปปรับปรุงค่ะ”

        ถึงตอนนี้ อาหารที่ป้าปอมปอมปรุงก็ไม่ต่างอะไรกับชีวิต สื่อออนไลน์ที่ป้าทำได้เปลี่ยนให้ชีวิตที่เคยจำเจ จืดชืดของป้าปอมปอมกลายเป็นเสมือนอาหารหลากรส ที่มีทั้งเปรี้ยว หวาน มัน เค็ม และเต็มไปด้วยสีสัน และมากไปกว่านั้นก็คือ ป้าปอมปอม ได้เป็นแรงบันดาลใจให้กับคนหลากหลายเจนได้เห็นว่า ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงไหนของชีวิต ถ้ามีใจรักและความมุ่งมั่นชีวิตก็เริ่มต้นสิ่งใหม่ ๆ ได้เสมอ


ก่อนที่จะมาเป็น Youtuber ฉบับ ป้าปอมปอม คุณป้าทำอะไรมาก่อน

“ก่อนที่จะมาเป็น Youtuber กิจวัตรประจำวันของป้าคือ ตื่นเช้ามาเตรียมอาหารเช้า พอเที่ยงป้าก็จะต้องเตรียมอาหารให้คุณยายหรือคุณแม่ เพราะว่าคุณแม่ท่านอยู่คนเดียว ป้าต้องเตรียมให้ทุกอย่าง วันละ 3 มื้อ หลังจากนั้นก็เตรียมให้พ่อบ้านหรือว่าสามี และลูก ๆ พอว่างป้าก็จะเล่นเกม ดูทีวี ดูละคร เล่นกับน้องหมาบ้าง เดินเล่นนอกบ้านบ้าง ถึงมื้อเย็นก็จะเข้าครัวเตรียมมื้อเย็น ก่อนจะขึ้นบ้านนอนก็กวาดบ้านถูบ้าน จบวัน

“ถามว่าชีวิตของป้าพอแต่งงานทำหน้าที่เป็นแม่บ้านมาตลอดเลยไหม ก็ไม่ใช่เสียทีเดียว เมื่อก่อนป้าต้องออกไปทำธุรกิจเล็ก ๆ ก็คือทำร้านเสื้อผ้า แต่พอส่งลูกกับหลานเรียนจบ ป้าก็เกษียณตัวเองออกมาอยู่บ้าน มาทำหน้าที่เป็นแม่บ้านเต็มตัว ช่วงที่เกษียณออกมายอมรับเลยว่าเราไม่ได้ทำอะไรแล้วมันมีความรู้สึกทั้งเบื่อทั้งเหงา รู้สึกว่าตัวเราไม่มีคุณค่าเลย วัน ๆ ทำโน่นทำนี่เหมือนคุณแจ๋ว ซึ่งจริง ๆ ป้าคิดว่าตัวป้าเองยังสามารถทำอะไรได้อีกตั้งหลายอย่าง ร่างกายก็ยังแข็งแรงดี ป้าก็พยายามมองหาธุรกิจเล็ก ๆ ทำ แต่ว่าลูก ๆ ไม่ให้ทำ เขาบอกว่าแม่เหนื่อยมามากแล้ว แม่ควรจะหยุดพัก”

ทำไมถึงตัดสินใจเลือกเป็น Youtuber

“ป้าเห็นหลานชายเขาทำช่องของตัวเองใน Youtube มีรายได้เข้ามาเป็นหลักแสนบาท ในเวลาไม่ถึง 1 ปี ป้าก็เลยอยากลองทำช่องของตัวเองดูบ้าง เผื่อว่าจะมีรายได้เล็ก ๆ น้อย ๆ เข้ามาให้ป้าเอาไว้ใช้จ่ายส่วนตัว ไม่ต้องไปรบกวนเงินของครอบครัว”

การเป็น Youtuber มันยากนะ ต้องใช้เวลาถึงจะเห็นผล ทำไมไม่เลือกทำอย่างอื่นที่เห็นผลเร็ว

“ลูกก็บอกนะว่า ถ้าแม่หวังว่าจะทำแล้วให้มันเกิดรายได้มากมาย แม่ไม่ต้องทำเลย แม่อย่าไปดูคนที่เขาประสบความสำเร็จแล้ว แม่ต้องดูคนที่เขาล้มเหลวสิ Youtuber เขาทำกันเยอะก็มีคนที่ทำแล้วล้มเหลวเยอะเหมือนกัน เขากลัวว่าเราจะทำแล้วเหนื่อยเปล่าๆ แต่ใจป้าก็บอกว่าไม่จริงหรอก จะสำเร็จหรือไม่สำเร็จ จะมีรายได้เข้ามามากหรือน้อยสำหรับป้ามันไม่ได้สำคัญ ป้าไม่ได้คาดหวังอะไร แต่ที่คิดจะทำเพราะคิดว่ามันน่าจะมีความสุข สุดท้ายลูก ๆ เขาก็เข้าใจและยอมให้ป้าทำ”

ตอนที่ตัดสินใจทำช่อง Youtube ทำไมถึงเลือกที่จะเป็นการทำอาหาร

“ตอนที่ตัดสินใจทำช่อง Youtube ป้าคิดอยู่ในหัวว่ามีเรื่องที่อยากจะทำอยู่ 2 เรื่อง คือ อาหารแล้วก็น้องหมาเปียกปูน หรือว่าปุ่นปู๊นที่ป้าเลี้ยงไว้ ทีนี้ถ้าเกิดว่าเราจะทำเรื่องน้องหมาเราควรจะทำตั้งแต่ที่เลี้ยงเขามาเล็ก ๆ ดูการเติบโตของเขา การสอนเขา ซึ่งเปียกปูนตอนนี้โตแล้ว ถ้าเราทำ คนดูก็จะไม่ได้เห็นภาพตรงนั้น ป้าเลยมาคิดว่า ถ้าอย่างนั้นเรามาทำอาหารน่าจะดีกว่า เพราะว่าเราทำอาหารกินอยู่ทุกวัน และทุกวันในหัวของเราก็จะมีแต่รายการอาหารเยอะมาก เราน่าจะทำได้แบบง่าย ๆ บ้าน ๆ ไม่ต้องออกไปไหน ไม่มีค่าใช้จ่าย เพราะว่าแต่ละเดือนเราจะมีค่าใช้จ่ายที่ตายตัวอยู่แล้วในเรื่องการทำอาหารเพื่อรับประทานกันในครอบครัว เราแค่ยอมเสียเวลานิดนึงถ่ายคลิปวิดีโอระหว่างลงมือทำแล้วนำไปโพสต์”

ส่วนมากคลิปที่ทำเป็นอาหารประเภทไหน

“ส่วนมากที่ป้าทำจะเป็นอาหารไทยนะคะ เพราะว่าเราเป็นคนรับประทานอาหารไทย แล้วอาหารไทยรสชาติก็จัดจ้าน ส่วนอาหารฝรั่งป้าไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่แต่ก็พอทำได้เป็นบางเมนู”

มีช่อง Youtube ที่ทำเกี่ยวกับอาหารเยอะมาก อาหารของป้าแตกต่างจากคนอื่นอย่างไร

“ป้าไม่คิดว่าอาหารของตัวเองจะดีกว่าคนอื่นนะคะ ป้าก็ไม่ค่อยได้ดูของใครด้วย แต่เข้าใจว่าการเป็นเชฟเขาต้องทำอาหารให้อร่อยแล้วก็น่ารับประทานมากกว่าแม่บ้านอย่างป้าอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นป้าก็ไม่ได้หวังว่าของเราต้องดีที่สุดแน่ ๆ คนถึงจะต้องมาติดตาม ป้าไม่ได้คิดถึงตรงนั้นเลยค่ะ”


แล้วเวลาที่ต้องทำคลิปป้าต้องทำเองทุกขั้นตอนเลยไหม

“ขั้นตอนการทำคลิปวิดีโอป้าทำเองคนเดียวทั้งหมดเลย เพราะป้าไม่อยากให้สิ่งที่ป้าทำไปกระทบความเป็นอยู่ของคนรอบข้าง ป้าไม่อยากให้ใครเดือดร้อน แต่ก็จะมีหลานชายที่เขาเป็น Youtuber อยู่แล้วคอยช่วยในเรื่องตัดต่อเล็ก ๆ น้อย ๆ แล้วก็ช่วยเอาคลิปที่ป้าถ่ายไปโพสต์ลงในช่องของป้า เขาบอกว่าป้าถ่ายมาเลยนะเดี๋ยวผมจัดการลงให้ ตอนแรกป้าก็เกรงใจนะคะ ก็เลยบอกว่าถ้าคลิปของป้ามีรายได้เอาไปเลยห้าสิบเปอร์เซ็นต์ ทำให้เขารู้สึกมีความเชื่อมั่น มีความกระตือรือร้น”

แล้วการถ่ายคลิปป้าปอมปอมต้องทำอย่างไรบ้าง

“ป้าจะใช้มือถือของป้าถ่ายคลิป แรก ๆ ป้าก็ถ่ายไม่เป็นหรอกค่ะ แต่ป้าให้หลานชายช่วยสอน ระหว่างที่ถ่ายไปทำอาหารไปป้าจะใช้วิธีการหยุดคลิปแล้วกดถ่ายต่อแบบนี้ไปเรื่อย ๆ จนจบ 1 เมนู เพื่อการตัดต่อที่ง่าย สำหรับลำดับขั้นตอนในการถ่ายทำคลิป ป้าจะดูตัวอย่างจากรายการครัวคุณต๋อย ซึ่งป้าขอบคุณมาก ๆ เลยค่ะ รายการนี้ ทำให้ป้าเห็นว่า การทำอาหารเพื่อให้คนอื่นสามารถทำตามได้เราต้องเริ่มจากการให้ดูส่วนผสมแล้วถึงจะลงไปขั้นตอนวิธีทำ หลังจากนั้นเราก็จะถ่ายภาพนิ่งเก็บไว้ด้วย เพื่อทำเป็นปกคลิปสำหรับเชิญชวนคนกดเข้ามาดู”

นับจากวันที่เริ่มเปิดช่อง Youtube มาจนถึงวันนี้นานแค่ไหนแล้ว

“3 ปี กว่าแล้วค่ะ”

ทำมาแล้วกี่เมนู

“เมนูอาหารที่ป้าทำลงเพจปีแรกป้าทำอาทิตย์ละ 9 คลิปค่ะ เพราะว่าวันหนึ่งป้าถ่ายได้ถึง 3-4 คลิป ทำลงไปไม่ได้คิดมาก เพราะเวลาเราทำอาหารเพื่อให้ครอบครัวรับประทาน ไม่ว่าเมนูอะไรเราก็จะอัดคลิปไว้หมดเลย ตอนนี้น่าจะเป็นพันเมนูแล้วละค่ะ แต่พอเข้าปีที่สองป้าก็ลองดูนะคะว่า วันเว้นวันจะดีไหม ตอนนี้ก็ทำวันเว้นวันอยู่ก็ดีค่ะ”

ช่วงแรกที่ทำมีคนดูเยอะไหม

“ในปีแรกไม่มีคนดูเลย มีเฉพาะญาติพี่น้อง มีเพื่อนสมัยทำงาน ทักทายเข้ามาบ้าง ก็ไม่เป็นไร ดูแล้วก็ขำ ๆ แต่คนที่จะมีความรู้สึกกดดันมากที่สุดก็คือหลานชายที่ทำช่องให้ แต่สำหรับป้า ป้าไม่ได้หวังอะไรมากมายตรงนี้ หวังแค่ว่าเราได้มีอะไรทำ เราได้ลงคลิป ได้ตอบคอมเมนต์ ได้รู้จักคน บางทีก็มีเพื่อนเก่า ๆ ทักทายเข้ามาก็รู้สึกว่ามีความสุขแค่นี้ก็พอแล้ว”

อดทนอยู่นานแค่ไหนกว่าจะเริ่มมีคนเข้ามาดูและเริ่มมีคนติดตาม

“ป้าตั้งเป้าไว้ว่า 2 ปี ถ้าเกิดทำแล้วไม่มีคนดูจริง ๆ ป้าก็จะถอย แต่พอทำไปแค่ปีเดียวรู้สึกว่าเร็วมาก คลิปทำอาหารของป้าที่เอาไปลงใน Facebook และ Youtube ประสบความสำเร็จ มีคนเข้ามาดูหลายหมื่น มีคนเข้ามาคอมเมนต์ให้ตอบ ช่วงแรกมีคนมาคอมเมนต์ 1 คอมเมนต์ คือสุดยอดแล้ว ป้ามีความสุข แต่ว่าไม่ได้ตอบเอง เพราะตอบไม่่เป็น หลานชายจะเป็นคนตอบให้ค่ะ เพราะว่าเขากลัวว่าถ้าเจอคอมเมนต์ที่แรง ๆ ป้าจะถอย ป้าจะรับไม่ได้ แต่จริง ๆ ไม่ใช่นะคะ คอมเมนต์แรง ๆ ป้าจะชอบมาก เพราะเราจะได้นำมาปรับปรุงให้ดีขึ้น ป้าไม่โกรธเลยค่ะ”                                                                                                                                                       

ทำยังไงให้มีคนติดตามถึง 1 แสนคน

“ลึก ๆ ป้าคิดว่า เป็นการให้ที่ไม่หวังผลตอบแทน แล้วสิ่งที่เราหวังจะกลับมาหาเราเองเมื่อไหร่ก็ได้ แรก ๆ ไม่เคยขอให้เขาต้องมากดไลก์ กดแชร์ กดติดตาม เพราะว่าป้าเกรงว่าเขาจะคิดว่าเราไปเอาอะไรจากเขา ปีสองปีแรกนี่ไม่กล้าเลยค่ะ ที่พิมพ์ ๆ ลงไปหลานเป็นคนพิมพ์ ป้าเองจะพูดอยู่คลิปเดียวเท่านั้นเองค่ะ ว่าให้ช่วยกดไลก์ กดแชร์ กดติดตามให้ด้วยนะคะ แต่พูดแล้วมันก็เขิน”

จากคลิปแรกที่ไม่มีคนดูเลย จนวันนี้มีคนดูเยอะมาก ป้าปอมปอมมีพัฒนาการอย่างไรในการทำอาหาร

“จากวันแรกที่ไม่มีคนดูเลยจนวันนี้ป้ารู้สึกว่ามีคนสนใจเข้ามาดูเยอะมาก ความพิถีพิถันในการทำคลิปของป้าเริ่มไม่ใช่เรื่องง่ายแล้ว ต้องพิถีพิถัน มีการจดสูตร เพื่อให้ออกมาดีที่สุด บางคลิปทำออกมาไม่ได้ผลตามที่หวัง สีมันไม่ได้เพราะเราไม่ได้ใส่สี เราก็เคยคิดว่าเราจะลองใส่สีเพื่อความสวยงาม แต่ป้าก็มีความรู้สึกว่า ทำแบบนั้นมันเป็นการหลอกคนดู เราก็เลยต้องพยายามทำจนมันออกมาดีที่สุดแล้วถึงจะเอาคลิปไปลง

“คลิปกล้วยเชื่อม ทำอย่างไรไม่ต้องใส่น้ำปูนใสแล้วได้ออกมาเป็นกล้วยสีแดง ปรากฏว่าคนเข้ามาดูเยอะมากค่ะ แล้วก็มีคนทำตามแล้วเขาส่งการบ้านมาให้ดู เรามีความสุขมาก เราบอกกับตัวเองเลยว่า ดูสิเราให้สิ่งที่ดีกับเขาไปเขาสามารถไปสร้างเป็นอาชีพได้ด้วย ก็เลยทำให้เป็นจุดที่เราจะต้องพิถีพิถันในทุกคลิป”

แล้วเคยเจอคอมเมนต์ที่ทำให้รู้สึกแย่จนรับไม่ได้บ้างไหม

“แรก ๆ เราเสียใจนะที่เขาบอกว่าเสียงป้าฟังแล้วดูตอแหลมากเลย ทำให้ป้าคิดมากแล้วก็เครียด ถ้ามีคอมเมนต์อย่างนี้ป้าต้องทำยังไงต่อ เพราะป้าเป็นคนพูดช้า ป้าไม่ได้ตอแหล ป้าพูดกับคุณยาย กับลูก เขาก็จะหลับเหมือนกัน แต่เดี๋ยวนี้ป้าพยายามพูดเร็วขึ้นแล้วนะคะ บางครั้งก็เร็วเกินไป (หัวเราะ)

“อีกคอมเมนต์หนึ่งที่อ่านแล้วรู้สึกเครียดมากเลยคือ มีคนเมนต์ว่าอาหารที่ป้าทำจะกินได้จริงไหม สงสัยทำแล้วเอาไปเททิ้ง เขาบอกว่าป้าทำอาหารเค็ม โอ้โห้...ตายแล้ว เราผัดผักบุ้ง เป็นการผัดผักบุ้งไฟแดงที่เป็นเมนู ง่าย ๆ แต่เขาบอกว่าป้าทำแล้วต้องเททิ้ง จริง ๆ ไม่ได้เททิ้งนะคะ ป้าไม่ใช่คนสุรุ่ยสุร่าย ตอนนั้นป้าตอบกลับคอมเมนต์เขาไปแบบนี้ หลานก็มาปลอบว่า ผมพยายามแล้วนะ คอมเมนต์อะไรที่มันไม่ดี ผมพยายามแล้วที่จะไม่ให้ป้าเห็น ป้าจะได้ไม่คิดมาก ป้าก็บอกกับหลานว่า ป้าไม่เป็นไร”

แสดงว่าคอมเมนต์ไม่ได้มีผลอะไรต่อป้าปอมปอม

“คอมเมนต์แย่ ๆ ไม่มีผลที่ทำให้เราอยากเลิกทำ ป้ายิ่งอยากจะเอาชนะมากกว่า อยากจะทำให้เขารู้ว่ามันไม่จริงหรอกสิ่งที่เขาคิด ถ้าเขาทำอาหารอะไรแล้วไม่ได้ออกมาเหมือนป้า ป้าก็จะคอยแนะนำเขาไป”

“การตอบหรือว่าการทำคลิปต้องมีความรับผิดชอบต่อคนดู ตอบมั่ว ๆ ไม่ได้ นะคะ เพราะว่าถ้าผิดไปแล้วการแก้ไขจะลำบากมาก ป้าจะต้องเป๊ะ เคยมีคลิปหนึ่งที่ตอบไปด้วยความโมโห เพราะมีคนมาคอมเมนต์ว่า ใส่มะนาวไปเพื่ออะไรทั้ง ๆ ที่เขาก็รู้ว่าป้าใส่มะนาวไปเพื่ออะไร เหมือนป้าโดนเขาทดสอบ ป้าก็เลยตอบประชดเขาไปว่า สงสัยทำให้มันแดงมั้งคะ แต่พอป้าตอบไปแล้วก็ทุกข์ใจมาก ๆ เลย เพราะจริง ๆ มันไม่ใช่ จริง ๆ คือการใส่มะนาวเพื่อทำให้น้ำเชื่อมนั้นไม่เป็นเกล็ด ก็เลยรู้สึกว่าเป็นอะไรที่ป้าจะไม่ทำอีกเลย ต่อไปนี้ป้าก็เลยคิดว่าจะตอบอะไรเราต้องคิดหน้าคิดหลัง แล้วก็ดูข้อมูลให้ถูกต้อง”


การเป็น Youtuber เปลี่ยนชีวิตหลังเกษียณของป้าปอมปอมอย่างไร

“พอจุดหนึ่งจากที่คนรอบตัวไม่เห็นด้วย โดยเฉพาะลูก ๆ ระยะหลังเขาก็เริ่มเห็นด้วยเพราะความอดทนของป้าที่พิสูจน์ให้เขาเห็น และที่ผ่านมาป้าก็ไม่เคยสร้างปัญหาให้กับคนรอบข้างเลย ไม่ได้เอาเงินในครอบครัวไปใช้จ่ายฟุ่มเฟือย พอถึงปีกว่า ๆ มีรายได้เข้ามา ถึงแม้มันจะเป็นรายได้ที่เล็กน้อย แต่ก็ตื่นเต้นมากเพราะสิ่งที่เราทำมันเป็นไปได้จริง ๆ ลูก ๆ ก็เริ่มสนับสนุน ส่งรายการอาหารมาให้ บอกว่าแม่ทำแบบนี้นะ แม่ทำเมนูนี้สิคะ  

“ตอนนี้รายได้ที่เข้ามาจากการเป็น Youtuber ทำให้ป้าสามารถที่จะเอาเงินส่วนนี้ไปทำอะไรที่ป้าอยากทำรู้สึกว่าชีวิตมันเป็นอิสระมากขึ้น เพราะเราไม่ต้องมาคอยระวังว่าจะรบกวนเงินในกระเป๋าของครอบครัวถ้าเราอยากจะทำอะไรสักอย่าง”

"ความสุขของป้า คือความสุขที่ป้าได้แบ่งปันสูตรอาหารให้คนอื่นได้ทำตาม ได้ตอบคอมเมนต์คนที่เขาเข้ามาติชม ทำให้ป้าได้มีความรู้มากขึ้นจากคำถามที่เขาถามมา เพราะเราจะชอบไปศึกษาต่อจากหนังสือบ้าง จากข้อมูลต่าง ๆ ในอินเทอร์เน็ตบ้าง”

ทำไมเกษียณแล้วจะต้องลุกขึ้นมาทำอะไรที่มันท้าทาย โลกของเทคโนโลยีมันเป็นอะไรที่ใหม่มากนะ สำหรับคนที่เข้าสู่วัยสูงอายุ

“ทำไมถึงต้องมาทำโน่นทำนี่ ทั้ง ๆ ที่เหนื่อยมาเยอะแล้วอายุมากแล้วก็ควรจะพักได้แล้วใช่ไหมคะ แต่ป้ากลับมองว่าคนวัยเกษียณหรือไม่เกษียณก็แล้วแต่ ทุกคนมีศักยภาพในตัวเอง ถ้าเราไม่ทำอะไรเลย แรก ๆ เกษียณมาอาจจะมีความสุขไม่ต้องตื่นแต่เช้า ไม่ต้องไปทำงาน ไม่ต้องเครียด ไม่ต้องคิดมาก แต่พออยู่ไปสักพักหนึ่ง คุณก็จะเริ่มเหงาเหมือนป้า แล้วจะอยากหาอะไรทำ

“สมัยนี้เทคโนโลยีต่าง ๆ จะทำการค้าหรือจะทำอะไรก็แล้วแต่ มันทำได้ง่ายมากเลย เพียงแค่มีมือถือแค่เครื่องเดียว และดึงศักยภาพของตัวเองออกมา ดึงความสามารถที่ตัวเองทำแล้วมีความสุข แต่ก็อย่าไปรบกวนคนในครอบครัว อย่าไปทำอะไรที่รบกวนเวลาแห่งความสุขของเขา อย่าให้เขารู้สึกว่าเขารำคาญเรา ตรงนี้สำคัญมาก เพราะว่าถ้าเราทำแล้วเขาไม่สบายใจ มันจะกลายเป็นปัญหาของครอบครัวได้

“การที่ทำตรงนี้เหมือนป้าได้มาเรียนรู้โลกใหม่ ๆ จากคนที่ไม่รู้เรื่องเทคโนโลยีเลยอย่างป้า รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่ยาก แต่เมื่อได้ลองทำจริง ๆ มันไม่ได้เกินความสามารถที่เราจะเรียนรู้หรือพยายามเลย เพียงแค่เราเปิดโอกาสเรียนรู้ตรงนี้ซึ่งจะเป็นวัยไหนก็ทำได้ เพราะเรื่องของการเรียนรู้ไม่ได้หยุดอยู่แค่วัยเกษียณนะคะ เราสามารถเรียนรู้ได้จนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต

เราสามารถออกแบบความสุขของเราได้เสมอไม่ว่าเราจะอยู่ในวัยเกษียณหรือวัยหนุ่มสาว เพราะการเริ่มต้นเรียนรู้มันไม่ได้จำกัดว่าต้องอยู่ในวัยใด” 

RELATED